ชาวบ้านจากทั่วสารทิศแห่นำของเส้นไหว้กราบไหว้ 2 ชาวจีน เพื่อขอหวยจาก “ก๋งกิ๋งและก๋งบ๊วย” ภายในตึกร้าง หรือชาวบ้านเรียกกันว่านาตึก กันไม่ขาดสาย หลังให้โชคชาวบ้าน ตรวจหวยถูกรางวัลใหญ่ 12 งวดติดต่อกัน จนล่าสุดมีการสร้างสะพานใหม่ และบูรณะรอบอาคารร้างกว่า 1.6 แสนบาท และเตรียมเปิดตลาดน้ำสะพานตึกแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

(01 พ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม ชาวบ้านและบรรดานักเสี่ยงโชคจากทั่วสารทิศ 

ทั้งในจังหวัดราชบุรี และต่างจังหวัด เดินทางนำเครื่องเส้นไหว้ มากราบไหว้ 2 ชาวจีน “ก๋งกิ๋งและก๋งบ๊วย” ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเจ้าที่หรือเจ้าของที่ปกปักรักษา อาคารร้างโบราณ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “นาตึก” ที่มีอายุเก่าแก่ 97 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2465 ในสมัยของรัชกาลที่ 6 

ที่ให้โชคกับบรรดาชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคติดต่อกันถึง 12 งวด จนทำให้เป็นที่เรื่องชื่อโด่งดังไปทั่วประเทศต่างแห่กันเดินทางมาเพื่อแสวงหาเลขเด็ดจาก อาคารตึกโบราณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจบรรยากาศช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนเดินทางมากันจำนวนมากไม่ขาดสาย 

และพบการเปลี่ยนแปลงไปจากครั้งก่อน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีการจัดสร้างสะพานเหล็ก แบบสะพานโค้งไร้ตอม่อ 

ขึ้นมาใหม่ ที่ทอดยาวคู่กับสะพานทางเดินของเดิม พร้อมทั้งประดับไฟอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแผงลอย จำหน่ายอาหาร 

และเครื่องดื่ม ดังกับที่ตรงนี้มีการจัดงาน เมื่อเดินข้ามสะพานเพื่อที่จะเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาคารตึกโบราณ 

พบว่าที่บริเวณทางเข้าอาคารทั้ง 2 ด้าน มีการทำประตูเหล็กสแตนเลสอย่างสวยงาม

ส่วนบรรยากาศการกราบไหว้ขอโชคลาภของชาวบ้าน ซึ่งมีชาวบ้านต่างนำธูปเทียน และพวงมาลัยมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและโชคลาภจากอาก๋งทั้ง 2 ตามความเชื่อ และยืนส่องเลขเด็ดตามผนังของอาคารทั้งด้านในและด้านนอก อีกทั้งยังมีการนั่งเขย่าติ้ว เพื่อขอเลขเด็ด ตามโชคของแต่ละคน จากกระบอกเซียมซีที่มีไว้นับ 10 ชุด ขณะที่บางคนจะไปกราบไหว้ขอโชคลาภจากศาลจอมปลวกที่ชาวบ้านตั้งชื่อว่า “ศาลปู่ย่าจอมทอง” โดยจะนำผ้าสามสี ดอกไม้ และน้ำแดงมาถวายและขอโชคขอลาภ

หลังจากที่มีชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคที่เดินทางมาจากทั่วสารทิศ เพื่อมาขอโชคลาภ และมีโชคลาภจริงตามที่มาขอต่างก็กลับมานำเงินมาบริจาคสมทบทุน และร่วมกันเป็นเจ้าภาพโดยได้ดำเนินการจัดสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้สำหรับข้ามฟาก จากบ้านสะพานตึก 

ซึ่งมีแม่น้ำชำแระคั่นกลางโดยสะพานที่จัดสร้างเป็นสะพานเหล็กรูปทรงสะพานโค้งเพื่อยึดให้มี่ความคงทนแข็งแรง เนื่องจากไม่มีตอม่อ พร้อมประดับไฟเพื่อความสวยงาม 

นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างประตูทางเข้าออกทั้ง 2 ด้านรวมมูลค่าเป็นเงินจำนวน 160,000 บาทเศษ ทั้งนี้เกินจากแรงศรัทธาของชาวบ้านทั้งสิ้น และในอนาคตเรากำลังที่จะขยายทำโรงทาน เพื่อที่จะจัดอาหารไว้เลี้ยงสำหรับผู้ที่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นาตึกแห่งนี้

ทางด้าน นางวันดี เกียรติดำ อายุ 72 ปี เจ้าของที่นาและอาคารร้างหลังดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า อาคารตึกโบราณล้างแห่งนี้ คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ปี พ.ศ.2465 อายุ 97 ปี ซึ่งปรากฏหลักฐานจากการจารึกอักษร พ.ศ.ที่ด้านหน้าอาคารและหลังอาคาร 

อยู่บนผืนนาในหมู่ที่ 6 ตำบลท่าชุมพล อำเภอโพธาราม โดยที่โฉนดฉบับจริงทั้งแต่เริ่มมีการออกโฉนด ออกครั้งแรกเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นของปู่เช้า และ ย่าพวง ปัจจุบันตนได้รับการสืบทอดมาจากพี่สาวของพ่อที่ยกให้ตนดูแลก่อนที่จะเสียชีวิตไปเมื่อ 20 ปีก่อน 

จำนวน 12 ไร่ และยกคืนให้กับทางรัฐเพื่อขายคลองจำนวน 1 ไร่ เหลือเพียง 11 ไร่ ซึ่งตนเองเห็นอาคารนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก และมีสภาพสมบูรณ์ โดยมีคนชาวจีนใจบุญมาสร้างเป็นที่พักให้คนนั่งพักร้อนช่วงทำนา และด้านหลังของอาคารจะอยู่ติดริมคลอง สมัยก่อนลำคลองนี้จะมีเรือวิ่งผ่านค้าขาย และจากการที่ให้ชาวจีนที่อยู่จังหวัดระยองเดินทางมาแปลภาษาจีนที่จารึกไว้ในตัวอาคารตึกร้าง 

ซึ่งแปลแล้วมีความหมายถึงรายนามของชาวจีนทั้งหญิงและชายรวมแล้ว 29 คน แต่สามารถถอดแปลภาษาได้เพียง 25 คน 

ส่วน อีก 4 คน เลือนรางไม่สามารถอ่านได้ว่าชื่ออะไร ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความหมายเพราะเชื่อว่าสมัยก่อนพื้นที่แห่งนี้เป็นที่อุดมสมบูรณ์เป็นเส้นทางค้าขาย มีชาวจีนใจบุญร่วมทุนกันเพื่อสร้างอาคารดังกล่าวเป็นสถานที่พักเมื่อเวลาเดินทางสัญจรมาเส้นทางนี้

นางวันดี เจ้าของที่กล่าวว่า ตนยินดีที่สถานที่แห่งนี้มีคนรู้จักกันอย่างแพร่หลายมีประชาชนเดินทางมาจากทั่วสารทิศ มีการมาบูรณะ อาคารหลังนี้จนกลายเป็นที่ผู้คนเดินทางมากันอย่างไม่ขาดสาย จนในอนาคตทางชุมชนจะได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว 

มีการค้าขายตลาดนัดโดยใช้เรือพายอยู่ในลำคลอง ซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ตนเองอยากฝากว่า 

ทางตนและสามีไม่ได้ต้องการสร้างความงมงายให้กับชาวบ้าน ก่อนที่จะมาบูรณะมีชาวบ้านมาพบเห็นและสนใจจึงนำไปโพสต์ผ่านสื่อจนมีคนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย อยากให้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ดวงใครดวงมัน มากราบไหว้ได้ และต้องมีสติ