คนสุรินทร์ไม่พลาดไปที่นา สอ กระดูกผี ส่องเลขเด็ดแห่งแรงบันดาลใจ หลังพบปลีกล้วยน้ำว้าผุดขึ้นมาจากใต้ดิน

เมื่อคืนวานนี้ (15) หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอข่าวการพบปลีกล้วยประหลาดที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ใกล้กับต้นกล้วยต้นใหญ่ในที่นา ซึ่งปลูกพืชแบบผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยเป็นที่นาของนายอนุรักษ์ อายุ 49 ปี หรือที่ชาวบ้านยางเรียกกันว่า สอ กระดูกผี

โดยปลีกล้วยประหลาดมีลักษณะขึ้นโผล่จากพื้นดิน สูงประมาณ 1 ฟุตกว่า ลำต้นโค้งงอเอนลงด้วยน้ำหนักของหัวปลี และยังมีเครือกล้วย ออกผลกล้วยอีก 2 หวี หวีแรกมีผล 3 ลูก และอีกหนึ่งหวี มีผลกล้วย 5 ลูก ซึ่งเจ้าของที่นาได้นำตุ๊กตากุมารผมจุกมาตั้งวางไว้ เพื่อให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวมากราบไหว้บูชา

นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณดังกล่าว เมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา สอ กระดูกผี ได้เริ่มลงมือปรับพื้นที่ เพื่อทำไร่นาสวนผสม ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมจ้างรถแบ็คโฮมาขุดลอก เพื่อปรับพื้นที่ทำเป็นไร่นาส่วนผสม และกลับขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณสมัยยุคเหล็กบรรจุอยู่ในไหดิน อายุประมาณ 1,500 ปี ตามที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เคยเข้าไปตรวจสอบและระบุไว้ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

ล่าสุดตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา พบว่ามีชาวบ้านจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งอำเภอที่ทราบข่าว ต่างได้พากันทยอยเดินทางมาเพื่อจุดธูปเทียนกราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภตามความเชื่อของชาวบ้าน โดยเฉพาะเลขเด็ด ก่อนผลสลากกินแบ่งรัฐบาลจะประกาศในช่วงบ่ายวันนี้ ก็เพื่อนำไปชื้อหวยรัฐบาลต่อไป ซึ่งทุกคนหวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนี้จะดลใจให้โชค

ชาวโคราชแห่ขอหวยกับต้นตะเคียนพันปี หลังให้โชคถูกมาแล้วหลายงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์ ภายในวัดม่วง ถ.สุรนารี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งได้มีการนำซากไม้ต้นตะเคียนโบราณ อายุกว่า 1,000 ปี มาตั้งไว้ภายในศาลา และตั้งชื่อซากไม้ตะเคียนว่า “เจ้าแม่สุมาลัย-เจ้าแม่สุมาลี”

โดยซากไม้ตะเคียนดังกล่าว เคยให้โชคลาภชาวบ้านมาแล้วหลายงวด ทำให้งวดนี้มีชาวบ้านเดินทางมาขอโชคลาภกันอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านหลายคนที่มา ต่างก็ได้เสี่ยงเซียมซี บางรายก็จุดธูปอธิษฐาน เพื่อขอเลขเด็ด เพราะใกล้จะถึงวันหวยออกในวันพรุ่งนี้แล้ว

จากการสอบถาม นายสุพล อายุ 62 ปี มัคทายกวัดม่วง กล่าวว่า ไม้ตะเคียนคู่นี้ได้มาจากเถ้าแก่ไทยศิลป์ ซึ่งถูกขุดพบที่บ่อทราย อ.ท่าช้าง จ.นครราชสีมา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และได้นำมาถวายเนื่องจากว่าพระมหาอำนาจ รองเจ้าอาวาสวัดม่วง ได้ฝันว่ามีเจ้าแม่ตะเคียนมาเข้าฝันขอมาอยู่ที่วัด จึงได้เดินทางไปดูและขอกับเถ้าแก่ไทยศิลป์ให้เจ้าแม่ตะเคียนมาอยู่ที่วัดม่วง

โดยเจ้าแม่ตะเคียนมีชื่อว่า เจ้าแม่สุมาลัยและเจ้าแม่สุมาลี ซึ่งเป็น 2 พี่น้อง ขนาดความยาวของต้นตะเคียนเจ้าแม่สุมาลัยมีความยาว 11 เมตร ส่วนเจ้าแม่สุมาลี มีความยาว 9 เมตร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านผู้ศรัทธา มาขอโชคลาภได้ผลสำเร็จแล้วหลายงวด

ด้าน น.ส.สุพินทา อายุ 39 ปี กล่าวว่า ตนเองนั้นได้มาขอโชคลาภกับเจ้าแม่สุมาลัย-เจ้าแม่สุมาลี ซึ่งได้ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 2 ตัวตรง เมื่องวดที่แล้ว (1 ) ดังนั้นงวดนี้จึงมาขอโชคลาภอีก ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

โดยครั้งนี้ได้นำชุดไทยสีชมพูมาถวายแก่เจ้าแม่สุมาลัย-เจ้าแม่สุมาลี วิธีการของตนนั้นคือจะเขย่าเสี่ยงเซียมซี ปรากฏว่าเลขของไม้เซียมซีครั้งนี้ ได้แก่เลข 21 ก็จะไปหาเสี่ยงโชค รอลุ้นผลการออกรางวัลในวันพรุ่งนี้ (16) ต่อไป

เลขเด็ดโผล่ต้นชะโนด วันพระแรม 8 ค่ำ คอหวยไม่พลาดส่อง

บรรดาคอหวยไม่พลาด วันพระแรม 8 ค่ำ เดือนอ้าย แห่ทำบุญสักการะปู่ย่าที่เกาะคำชะโนด พบเลขเด็ดโผล่ออกมาจากต้นชะโนด

ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี รายงานว่า บริเวณต้นมะเดื่อยักษ์อายุนับร้อยปี ภายในเกาะคำชะโนดดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ วังพญานาคราชปู่ศรีสุทโธ และ แม่ย่าศรีประทุมมา ซึ่งตรงกับวันพระแรม 8 ค่ำ เดือนอ้าย หรือเดือน 1 มีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ที่เกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ บ้านโนนเมือง หมู่ที่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อขอพรขอโชคลาภถือว่าวันพระเป็นวันสำคัญ

หลังจากนักท่องเที่ยวมาถึงเกาะคำชะโนดแล้ว จะเดินเข้าไปภายในเกาะเพื่อไหว้ปู่และย่า เชื่อว่าปู่และย่าคงให้โชคลาภกันตามความเชื่อ และเข้าไปภายในบริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ อายุนับร้อยปี เพื่อกราบขอพร จากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามบริเวณเพื่อหาเลขเด็ด ทุกวันนี้อาวุธที่สำคัญหาเลขเด็ดคือโทรศัพท์ เนื่องจากทางกรรมการห้ามนำแป้งมาทาต้นไม้

สำหรับบรรดาคอหวยหาเลขเด็ดที่เพิ่งเดินทางมายังเกาะคำชะโนดเป็นครั้งแรก เมื่อได้เห็นกับตาว่าการหาเลขเด็ดเป็นเรื่องยากมาก เพราะอยู่กับโชคลาภของแต่ละคน อย่างเช่น คนกลุ่มหนึ่งที่เดินไปเจอเลขเด็ดที่ต้นชะโนด ซึ่งทุกคนบอกว่ามองไปเห็นเลข 4 บนต้นชะโนดชัดเจนมาก แต่ตัวที่สองไม่ค่อยแน่ใจ บางคนก็มองเห็นเป็นเลข 8 จึงหยิบมือถือมาถ่ายรูปเอาไว้ ก่อนจะร่วมกันตัดสินใจว่าเป็นเลข 48 หรือ 34 แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคน